ยังอยู่ในอูโด

posted on 15 May 2013 14:25 by woodyplanet in WoodyPlanet directory Travel, Diary

 
ตอนต่อจากเอนทรี่ที่แล้ว "ประกบการณ์ติดเกาะที่อูโด" ที่ยังคงอยู่บนเกาะเหมือนเดิม ลองดูซิว่าจขบ.จะกลับสู่แผ่นดินใหญ่ได้หรือไม่ ไม่ ไม่ ไม่....
ความเดิมจากตอนที่แล้ว: 
ท่านที่เพิ่งหลงเข้ามาแนะนำให้อ่านเอ็นทรี่ที่แล้วก่อนนะ ส่วนท่านที่เคยอ่านแล้ว อนุญาตให้ผ่านไปยังเนื้อหาตอนนี้ไว้เวยฮะ :D

ประสบการณ์หลงทางและ(เกือบจะ)ติดเกาะในเกาหลีละครับพี่น้อง ก่อนอื่นต้องท้าวความซะหน่อยว่าเจ้าเกาะอูโดนี่มันอยู่ตรงไหน ผม search ผ่านอากู๋และด้วยความขี้เกียจก็ให้อากู๋แปลให้อีกที แปลออกมาน่ารักชวนงงได้ดังนี้ “เกาะอูโด.. ตั้งอยู่บนทางด้านตะวันอ...

07 May 2013 17:33
ยืนเคว้งคว้างเหมือนหลงทางกลางป่า ยืนมองฟ้าไร้ดาวอยู่พักใหญ่ จิตก็ประวัติไปเรื่อย ถ้ามืดจะทำยังไง จะนอนที่ไหน กลางคืนจะมีฝูงหมาป่ากระหายเลือดออกมาแดรกเรามั๊ย หนังสือพิมพ์จะพาดหัวข่าวยังไง (พบซากกระดูกสะบ้าซ้ายมนุษย์กลางเกาะอูโด พิสูจน์แล้วเป็นของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่หายตัวลึกลับเมื่อหลายเดือนก่อน) เรียกได้ว่าสับสนและมึนงงถึงระดับสิบ เนื่องในวาระที่ทำรถบัสและเพื่อนร่วมทัวร์หาย ลองวิธีใหม่ลงไปนั่งยองๆ ทำหน้ามุ่ยๆ ถอนหญ้าเวิ่นๆ อยู่ข้างทางเหมือนเด็กมีปัญหาก็ไม่เห็นจะมีใครมาสนใจซักคน เดินกลับไปที่จุดชมวิวริมหน้าผาทางเดิมเผื่อจะเจอเพื่อนร่วมรถคนอื่นบ้าง ก็ไม่มีใครคุ้นตาเลยซักคน T_T
 
จุดเกิดเหตุ >_<
 
ฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุคือ seongsan ilchulbong ยอดภูเขาไฟที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกแห่งของที่นี่
 
ตั้งนะโฒสามจบ ลองเดินเข้าไปถามคนขับรถบัสอีกคันนึงพร้อมโชว์ตั๋วให้ดู ก็เจอประมาณเดิม พูดอะไรมาก็ไม่รู้ พร้อมส่ายหัวเป็นสัญญาณว่าไม่ใช่คันนี้ ไปไม่ได้นะเว่ยเฮ่ย ทำสายตาอ้อนวอนบีบน้ำตาขอไปด้วยได้มั๊ย ก็ยังทำท่าเหมือนเดิม โชคดีที่(น่าจะเป็น)ไกด์พูดภาษาอังกฤษได้ เห็นท่าท่างไอ้สองคนนี้มันคุยกันไม่รู้เรื่องแน่ๆ เลยเดินเข้ามาร่วมวง สรุปได้ว่า ตั๋วที่เราซื้อมาจากท่าเรืออ่ะไม่ใช่ day tour ขึ้นคันไหนไปคั้นนั้นอย่างที่เราเข้าใจ แต่เป็นตั๋วเที่ยวรอบเกาะ ซึ่งจะมีรถบัสเวียนรับส่งตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ และจะมาเป็นระยะๆ ทุกๆ เวลาประมาณ 30 นาที เดี๋ยวเอ็งไปยืนรอที่ป้ายตรงนู้นนะ เดี๋ยวก็มา โอววว.. ได้ยินดังนั้นแทบจะกระโดดกอดคอ หอมแก้มซักสามฟอด ไม่โดนหมาป่ารุมกินโต๊ะตายแล้วเว้ยยยเฮ้ยยยย (ไชโยโห่ร้องในใจ) >0< 
 
นาทีนั้นกล่าวขอบคุณคุณไกด์ทุกภาษาที่รู้จัก แล้ววิ่งไปรอที่ป้ายรถบัสทันที กลัวตกรถอีก 
 
ลาก่อนนะพี่ม้าาา... ^_^
 
รอซักพักรถบัสก็มา ลองโชว์ตั๋วให้เค้าดู คนขับพยักหน้าเป็นสัญญาณโอเคนะคะ เลยขึ้นไปนั่งอย่างสบายใจในที่สุด
 
รอคนขึ้นรถจนครบซักพักก็ออกรถ ระหว่างทางคุณลุงคนขับก็ทำหน้าที่ไกด์แนะนำสถานที่พร้อมประวัติความเป็นมาให้เหล่าๆ สมาชิกทัวร์ได้ประดับความรู้กัน คิดว่าลุงคงปล่อยมุขขำๆ ให้ฟังตลอดๆ เพราะอาจุมม่าในรถก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากกันตลอดเวลา ในขณะที่ณัฐวุฒิผู้ซึ่งผ่านหลักสูตร acting หม่อมน้อยมาแล้วก็ทำหน้าเหมือนจะเข้าใจ พยักหน้าและยิ่มน้อยๆ ตลอดเวลาเช่นกัน
 
จุดที่สองเป็นจุดชมประภาคารบนหน้าผา (น่าจะอันเดียวกันกับจุดแรกที่เดินขึ้นไปไม่ถึงนั่นแหละ) มีศาลาชมวิวสามมมมมร้อยหกสิบองศา (กรุณาทำท่าประกอบ) อยู่ตรงปลายถนน แล้วก็มีทางเดินลงไปหาดดำๆ ข้างล่าง ซึ่งมีถ้ำมังกรอยู่ อันนี้เค้าไม่ได้บอกหรอกนะ มโนไปเอง :)
 
ประภาคารลิบๆ ปลายแหลม
 
 
พอลงรถ นักท่องเที่ยวคนอื่นก็ไต่บันไลลงไปที่หาดทรายดำๆ ข้างล่าง เพื่อเดินเข้าไปในถ้ำมรกตที่เห็น แต่ด้วยความฉลาดของตัวข้าพเจ้าเอง เอากล้องส่องๆ ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีอะไร เลยไม่ลงไปดีกว่า (เดินลงอ่ะ ไม่เท่าไหร่หรอก ไอ้ตอนเดินขึ้นเนี่ยแหละ หึ หึ) 
 
ส่องๆ ดูตรงปลายแหลมมีช่องถ้ำลอดน้อยๆ เหมือนเกาะไข่ บ้านเราเลย แต่ของเรามีหาดทรายขาวๆ สวยกว่ากันเย้อะ :)
 
 อย่าโดดนะ!!!
 
ศาลาคนเศร้า ดูเหงาและเศร้ามาก เพราะไม่มีคนเลย
 
หาดทรายดำๆ และนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง (ซึ่งเราไม่รู้จัก (จะบอกเพื่อ?))
 
 
รูปปั้นยอดหญิงนักประดาน้ำแห่งเกาะอูโด พบได้ทั่วไปบนเกาะ เขาบอกว่าเพราะผู้ชายออกไปใช้แรงงานกันหมดเหลือแต่ผู้หญิงกับเด็ก คุณผู้หญิงก็เลยต้องออกไปหาหอยหาปลาในสภาพอากาศเลยร้าย น้ำเย็นจัดเพื่อดำรงชีพแทน เมื่อโลกหมุนหลายๆ รอบเข้า ความเจริญเข้ามาสู่อูโด ปัจจุบันหญิงนักประดาน้ำเหล่านี้เลยดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องของการท่องเที่ยวไปซะมากกว่า
 
จากจุดนี้คุณคนขับทำท่าเหมือนจะแวะให้อีกจุด เป็นหาดทรายขาวน้ำทะเลใสสีเขียวอมฟ้าสวยมาก เข้าใจ(ไปเอง)ว่าเหมือนเขาถามในรถว่ามีใครอยากจะลงจุดนี้มั๊ย ถ้ามีจะจอดให้ แต่ไม่มีใครลง เขาเลยผ่ายไปจุดต่อไปเลย แอบเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ลง แต่ด้วยภาวะที่พูดไม่ได้-ฟังไม่รู้เรื่อง ก็ต้องยอมตามเสียงส่วนใหญ่ไป
 
จุดต่อไปก็คล้ายๆ กันคือเป็นหาดทรายขาวๆ น้ำใสๆ เหมือนกัน อย่าถามว่าชื่อหาดอะไรมีประวัติความเป็นมาอย่างไร วันนั้นไม่ได้พกขนมปังแปลภาษาไป จบนะ  หาดนี้ทรายก็ขาวดี แต่เหมือนหาดที่ไม่ได้แวะทรายจะขาวกว่า น้ำก็ใสกว่า (ทำไมไม่มีใครลงฟะ)
 
เดินกันเป็นคู่ๆ ชิ ชิ -_-*
 
อากาศหนาวขนาดนี้ ใครเล่นน้ำก็บ้าแล้ว
 
นั่นไง ทำอะไรกันอ่ะ!! -"-
 
 
ลงไปเดินได้แป๊บเดียวก็ทนความหนาวไม่ไหว เข้ามาจิบกาแฟรอรถดีกว่า ร้านกาแฟที่นี่น่ารักเชียว โลโก้เป็นรูปน้องแมวดำด้วย :)
 
นั่งจิบกาแฟไปได้ซักรถก็มา เมื่อเข้าสู่เขตท่าเรือถึงได้รู้ว่านี่คงเป็นจุดสุดท้ายแล้วละมั๊ง คงพาไปท่าเรือแล้วแหละ ซักพักก็มาจอดที่ท่าเรือที่เราลงเรือเมื่อเช้าแต่ไม่ยักกะเปิดประตูให้ลง จอดซักพักก็หันรถกลับทางเดิม (อ่าว..)
 
นั่งงงๆ ด้วยความสงสัย แต่ไม่รู้จะถามใคร รถวิ่งย้อนทางเดิมไปซักพักก็มาถึงอีกท่าเรือนึง (เกาะนี้มีสองท่า) แล้วเค้าก็ปล่อยให้ลงเรือที่นี่ ฟังเค้าคุยกัน (น่าจะ) อารมณ์ประมาณว่าตอนบ่ายคลื่นลมแรง เรือเลยวิ่งแค่ท่าเรืออันนี้แทน (หมายเหตุ: ทุกอย่างอยู่บนการคาดเดาทั้งสิ้น โอนะ)
 
เรือออกแว้ว
 
บ๊ายบายอูโด แล้ววันหลังจะมาอีกนะ
 
 นางนวลมาส่ง
 
 
ส่งท้ายด้วยขนมเค้กส้มเชจูนะฮับ
 
@nattawutk
 

Comment

Comment:

Tweet

@nirankas เค้กช็อค-ส้มเชจูหน้าตาดีแต่บอกกงๆ ว่าเฉยๆ ครับ ไม่ประทับใจเท่าที่ควร

#5 By woodyplanet on 2013-05-17 10:30

พกวุ้นแปลภาษาไปด้วยก็ดีเลยนะ
เค้กส้มแปลกดี อร่อยรึเปล่า
( Hot! Hot! )

#4 By Nirankas on 2013-05-16 19:00

@ikamiso เที่ยวแบบไม่รู้ภาษามันเป็นความตื่นเต้นอีกแบบที่สนุกดีนะครับ :)
@winter-moonlight  รู้สึกจะโฟกัสของกินนะครับ :D

#3 By woodyplanet on 2013-05-16 09:11

เค้กส้มน่ากิน กาแฟน่าจิบ
อากาศเย็นแบบนั้น ได้นั่งจิบกาแฟอุ่นๆ กินขนมอร่อยๆ นั่งมองทะเลลมพัดเย็นๆ
แหม่... 

#2 By winter-moonlight on 2013-05-16 00:46

จุดไหนก็สวยทั้งนั้นเลย ภาพบนเกาะนี้Hot!
ไม่รู้ภาษานี่ลำบากจริงๆด้วยสิ ไว้จะต้องรีบฝึกภาษาเกาหลีให้ได้ก่อนที่จะไปเที่ยว
เห็นเรื่องผู้หญิงดำน้ำแล้วดูเหมือนที่ญี่ปุ่นก็มีคล้ายๆแบบนี้ เรียกว่าอามะ ปัจจุบันก็เป็นจุดสนใจอย่างหนึ่งในการท่องเที่ยวเหมือนกัน

#1 By φυβλας on 2013-05-15 19:20