ประสบการณ์หลงทางและ(เกือบจะ)ติดเกาะในเกาหลีละครับพี่น้อง 
 

ก่อนอื่นต้องท้าวความซะหน่อยว่าเจ้าเกาะอูโดนี่มันอยู่ตรงไหน ผม search ผ่านอากู๋และด้วยความขี้เกียจก็ให้อากู๋แปลให้อีกที แปลออกมาน่ารักชวนงงได้ดังนี้

 

 

“เกาะอูโด.. ตั้งอยู่บนทางด้านตะวันออกของเกาะเชจู, Udo เกาะเป็นชื่อเพราะมันคล้ายกับวัวนอน มันภูมิใจดินอุดมสมบูรณ์โรงเรียนอุดมสมบูรณ์ของปลาและสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม; มรดกท้องถิ่น (นักดำน้ำหญิงกำแพงหินและหลุมฝังศพหิน) เช่นเดียวกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์บนเกาะทำให้มันขนาดเล็กของเกาะเชจู เกาะยังเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและร้านค้าการท่องเที่ยว: ประมง, เส้นทางจักรยาน, ทรายนวด, เรือดำน้ำและล่องเรือทัวร์”

ที่มา - visitkorea.or.kr

 

รู้จักเกาะอูโดกันแล้ว (เหรอ?) ม่ะม่ะ ล้อมวงกันเข้ามา จะเล่าให้ฟังว่าเกือบไปติดเกาะที่โน่นได้ยังไง

ความที่อยู่เชจูตั้ง 3 วัน บอกกงๆ ว่าไม่รู้จะไปไหน อันที่เค้าไปๆ กัน พวกสวนๆ รีสอร์ทๆ เขาวงกต เลิฟแลนด์โน่นนี่นั่นอะไรนั่นก็ไม่ค่อยจะอยู่ในความสนใจซักเท่าไหร่ ไปเจอรูปเกาะๆ นึงสวยเชียวอยู่ใกล้ๆ กับ Seongsan Ilchubong (ปากปล่องภูเขาไฟ สัญลักษณ์ของเกาะเชจู - ที่จะพาไปเที่ยววันหลัง) แอบถามเจ้าหน้าที่ที่โฮสเทลแล้วไม่ยาก เอาวะ เราไปที่นี่กัน อูโด โด โด...

เนื่องจากที่พักเราอยู่ใกล้ Intercity Bus Terminal อยู่แล้ว รถวิ่งระหว่างเมืองทุกสายเริ่มต้นและสิ้นสุดที่นี่ แอบส่องแผนที่เดินรถ เห็นมีอยู่สายนึงไปสุดสายที่ท่าเรือพอดี ว่าแล้วก็เดินเข้าไปแล้วบอกอาจูมม่าที่ขายตั๋วไป อูโด ได้ตั๋วเรียบร้อยก็ขึ้นไปนั่งรอบนรถ เออแฮะ ไม่ยากจริงๆ ด้วย ^ ^

พอถึงเวลาออกรถบัสก็ออกตรงเวลาเป๊ะ รถบัสรถเมล์ที่นี่ดีอย่าง มีเสียงบอกทุกป้ายที่จอดทั้งภาษาเกาหลีและภาษาอังกฤษ ดูในตำราเค้าบอกว่ารถวิ่งประมาณชั่วโมงสิบห้านาที ดูในแผนที่มันอยู่ใกล้ๆ Seongsan Ilchubong พอใกล้ๆ เห็นปล่องภูเขาไฟก็น่าจะถึงแหละ เลยใส่หูฟังยาวๆ ไป นั่งสุดสายไปเลย คริ คริ
 
นั่งรถไปชั่วโมงกว่าผ่านทางเข้า Seongsan Ilchubong ไปแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจอดที่ท่ารถท่าเรือใดๆ ลองนั่งไปเรื่อยๆ อีกซักหน่อย เผื่อแผนที่สเกลมันเคลื่อน นั่งไปฟังประกาศชื่อป้่ายไปด้วยความตระหนก ยี่สิบนาทีผ่านไป เฮ้ยมันไม่ใช่แระ หันกลับไปมันเลยปากปล่องภูเขาไฟมาจนมองไม่เห็นแล้ว ดูในแผนที่ ป้ายที่เราเพิ่งผ่านไปมันเลยจุดที่เราจะลงไปแล้วตั้งคืบ!! ว่าแล้วก็ตาลีตาเหลือกเอาแผนที่ไปให้ตาลุงคนขับดู เขาก็ตอบกลับมาว่า โอ๊ย มันเลยมาตั้งนานแล้วพ่อหนุ่มเอ้ยยย ลงรถไปขึ้นคันเดิมอีกฟากเลย (จริงๆ ลุงพูดภาษาเกาหลี ฟังไม่รู้เรื่องหรอก แต่จากท่าแล้วน่าจะประมาณนี้) ยังไม่ทันถึงไหนเลย หลงซะแล้ว -_-” ว่าแล้วก็ลงรถแล้วข้ามถนนไปขึ้นสายเดิมกลับไป คราวนี้ไม่พลาดเอารูปท่าเรือให้คนขับดูตั้งแต่แรก แล้วก็นั่งประกบข้างคนขับกันเลยทีเดียว
 
ลงรถที่ป้ายทางเข้าท่าเรือตามที่คนขับบอก ดูแผนที่เดินรถที่ป้ายอีกที อ๋อ มันมีอีกสายนึงที่สิ่งวนรอบเกาะไปสุดสายที่ Seogwipo เมื่องท่าอีกฟากนึงของเกาะเลย (นึกภาพ รถบัสวิ่งจากเหนือลงใต้ ที่ๆ เราจะลงอยู่ตรงกลาง นี่ถ้านั่งไปเรื่อยๆ ก็ได้เที่ยว Seogwipo กันแล้วครับพี่น้อง)
 
เอ้า อย่าให้เสียเวลาเดินเข้าไปตามทางที่เขาบอก เดิน เดิน เดิน ผ่านไปเกือบโล ไม่เห็นจะมีท่าเรืออะไรเลยวะ หรือจะโดนคนขับหลอก ท่าไม่ดี(อีก)แล้ว เดินออกมาทางเดิมแล้วเดินตามถนนใหญ่ต่อไปเรื่อยๆ เผื่อว่าเราจะลงก่อนป้ายจริงๆ เดิน เดิน เดิน และเดินไปไกลมาก จนเจอร้านกาแฟริมถนน เลยเดินเค้าไปถามเค้า คราวนี้เตรียมตัวมาดี เอารูปท่าเรือให้ดูเลย เขาก็ชี้ไปทางเดิมที่เราเพิ่งออกมานั่นแหละ เราก็ชี้ในรูปว่าท่าเรือนี้นะ ไปเกาะอูโดนะ เขาก็บอก เย่ เย่ ทางนั้นแหละ กรรม เดินกลับไปอีกรอบ -_-” ถึงตอนนี้เหงื่อไหลเป็นทางท่ามกลางลมหนาว
 
เดินกลับเข้าไปทางเดิมอีกรอบด้วยความมุ่งมั่น ถ้าไม่เจอท่าเรือแถวนี้กูกลับไปนอนจริงๆ นะ เดินไปเรื่อยๆ จนพ้นโค้งไปก็เจอท่าเรือรูปร่างหน้าตาเหมือนในรูปที่โหลดมาเป๊ะ เหย้ดดดดด....
 
กว่าจถึงท่าเรือใช้เวลาเดินทางไปเกือบครึ่งวัน เดินเข้าไปซื้อตั๋วเรือเฟอร์รี่แบบไป-กลับเลย (คิดว่า) เขาย้ำว่าเรือเที่ยวสุดท้ายห้าโมงนะ อย่าเถลไถลล่ะ
 
เย้ ในที่สุดก็ได้ไปเกาะอูโด ซะที (มองขึ้นฟ้า มือกำหมัด น้ำตานองหน้า)
 


มองกลับไปทางเชจู เห็นปากปล่องภูเขาไฟ Seongsan Ilchubong


เกาะอูโด เขาว่ารูปร่างเหมือนวัวนอน

บนเรือเฟอร์รี่จะมีส่วนที่เป็น indoor กับ outdoor ส่วน indoor นั่นถูกอาจูมม่าจับจองพื้นที่นอนตามเสาต่างๆ ไปเกือบหมด (ใช่ครับ นอน เพราะมันไม่มีเก้าอี้ให้นั่ง ข้างในเป็นพื้นที่โล่งๆ ให้ได้นั่งได้นอนกันตามอัธยาศัย) ส่วนด้านนอกก็จะท้าทายลมหนาวนิดนึง มีแต่คู่รักตระคองกอดกันเพิ่มความอบอุ่น บ้างก็ป้อนขนมกัน บ้างก็ซื้อข้าวเกรียบรวยเพื่อนมาโปรยให้นกพิราบกินเป็นที่สนุกสนาน


ตัดฉับมาเมื่อถึงเกาะอูโดแล้ว ที่ท่าเรือมีร้านให้เช่ารถจักรยาน มอเตอร์ไซค์ ATV อย่างเพียบ คือ ก็ไม่ได้คิดว่าเกาะมันจะกว้างขนาดนี้ ดูจากรูปนึกว่าเกาะเล็กๆ เหมือนเกาะมันนอก แต่นี่มันโห.. เดินเอามีหวังขาขวิด

ด้วยความที่ภูมิเยอะ เราก็ทำเป็นถ่ายรูปที่ท่าเรือ แล้วก็คอยสังเกตุชาวบ้านช่วช่องว่าเขาเดินไปไหนอะไรยังไงกัน ก็พบว่า บางส่วนก็ไปเช่ามอไซค์แว็นกัน บางส่วนก็เช้า ATV แต่คนส่วนใหญ่เดินไปซื้อตั๋วขึ้นรถบัส ใช่แล้ว มันต้องมี day tour รอบเกาะสินะ (ตาเป็นกระกายวิ้งๆ) ว่าแล้วก็เดินเข้าไปที่เขาขายตั๋ว คุยกันไม่รู้เรื่องหรอก แต่ก็(เข้าใจไปเอง)ว่าเป็นรถบัสวิ่งรอบเกาะ และจะมาส่งที่ท่าเรือนี้

 
ซื้อตั๋วเสร็จก็ขึ้นรถไป พออกรถคนขับก็ทำหน้าที่ไกด์ในตัว บรรยายโน่นนี่นั่นให้ฟัง อย่าคิดว่าจะฟังออก แล้วก็พามาจอดให้ลงจุดแรก เป็นจุดชมวิวทุ่งหญ้าวิวประภาคารสูงๆ ที่เป็นไฮไลท์ของเกาะ ฟังไม่ออกหรอกว่าเค้าให้เวลากี่นาที ด้วยความที่ฟอร์มเยอะ เราก็ใช้วิธีจำเพื่อนร่วมทัวร์แล้วก็เดินตามเค้าไป เค้ากลับเมื่อไหร่ก็แสดงว่าหมดเวลา ฮิฮิ ฉลาดมั๊ยเล่า
 
 ทางเข้ามีพี่ม้ารับแขกอยู่สองตัว
 
 
เดินขึ้นมาตามทางเรื่อยๆ พร้อมๆ กับอบบมองเพื่อนร่วมทริปไปด้วย จำแค่สองกรุ๊บหลักๆ ละกัน เอาที่เด่นๆ ก็จะมีครอบครัวลูกอ่อนพ่อแม่ลูกอยู่ครอบครัวนึง คุณลูกยังอ้อแอ้ๆ อยู่เลย เขาจะรู้มั๊ยว่าพ่อแม่พามาเที่ยวแต่เด็กเลย แล้วก็อีกครอบครัวนึง เป็นครอบครัวลูกดก พ่อแม่สองคน ลูกๆ สี่คน มีจุดสังเกตุที่คุณพ่อพกอุปกรณ์ถ่ายรูปมาอย่างเทพ
 
 ทางเดินสู่ประภาคารอันไกลโพ้น
 
 มุมกว้างมั่งๆ
 
 ข้างล่างมีเรือพานักท่องเที่ยวมาดูหน้าผาใกล้ๆ แล้วก็มีโป๊ะสำหรับลงเรือดำน้ำด้วย
 
 
เดินมาถึงจุดนี้ครอบครัวลูกเล็กถอดใจเดินกลับไปแล้ว ไม่เป็นไรครอบครัวลูกดกยังอยู่ เดินไปส่องไปก็แอบมองครอบครับเค้าไป รู้สึกเหมือนพวกโรคจิตยังไงไม่รุ 
 
 หนทางยังอีกยาวไกลนัก >_<
 
 
พาสังขารตัวเองขึ้นมาจุดสูงสุด มองกลับไปด้านหลัง นั่นคือหนทางที่เราดั้งด้นปีนขึ้นมาได้ รู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก XD
 
 
เมื่อถึงจุดสุดยอด(เขา)แล้ว ก็ได้เวลาเดินกลับ ระหว่างเดินสายตาก็จับจ้องครอบครัวลูกดกคุณพ่ออุปกรณ์เทพตลอดเวลา จนมาถึงจุดจอดรถ ก็ได้พบว่า รถบัสที่เรานั่งมาหายไปแล้ว!!
 
ยังอุ่นใจอยู่บ้างที่เห็นครอบครัวลูกดกเดินเข้าไปซื้อของที่ร้านขายของข้างๆ ลานจอดรถ คงไม่เป็นไรมั๊งมาด้วยกัน เดี๋ยวเค้าไปไหนเราค่อยเดินตาม เดินเข้าไปซื้อของมนร้านมั่ง ออกมา เฮ่ย! ครอบครัวลูกดกหายไปแล้ว!!! เช้ดดด...
 
เดินตามหาทั่วลานจอดรถก็ไม่มี ซวยละครับพี่น้อง ทำรถบัสหายไม่พอ ทำเพื่อนร่วมทัวร์หายอีก ในประเทศที่คนพูดภาษาอังกฤษมีไม่ถึงหนึ่งในสิบ แล้วอยู่บนเกาะต่างจังหวัดอย่างนี้ อัตราคนพูดได้เป็นศูนย์!!!!! ลองเดินเข้าไปถามรถบัส เอาตั๋วให้เค้าดู ก็ตอบอะไรกลับมาไม่รู้เรื่องเลย สั่นหัวไม่ได้ๆ ท่าเดียว งานเข้าละครับท่านผู้ชม TT_TT
 
ตอนนั้นบอกกงๆ ว่าสับสนมาก ทุกสิ่งวิ่งปะปนกันในหัว จะทำยังไง จะทำยังไง ครอบครัวนรกนั่นหายไปไหน จะไปให้ถึงท่าเรือได้ยังไง จะเดินกลับทางเดิม แม่มก็โคตรไกล จะขอติดรถบัสคันอื่นไป เมื่อกี๊ลองแล้ว เมื่อกี๊เค้าก็ไม่ให้ไปด้วย พูดกันก็ไม่รู้เรื่อง ถ้าเรือหมดจะทำยังไง ว๊ากกกกก >_<
 
เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป โปรดติดตามตอนต่อไป
 
To be continued
@nattawutk

Comment

Comment:

Tweet

@winter-moonlight เวลาไปเที่ยวตปท.ผมชอบเที่ยวตวจ.มากกว่าในเมืองอีก มันไม่วุ่นวายเท่า ออกแนวได้ผจญภัยได้ตื่นเต้นเล็กๆ แล้วก็หลงมันได้ทุกทริป แต่ผู้คนใจดีมาก เค้าพยายามช่วยนะ แม้จะพูดกันไม่รู้เรื่องก็ตาม 555+

#6 By woodyplanet on 2013-05-10 08:30

รออ่านต่อ ตื่นเต้นตาม ฮ่าๆๆๆ
แต่เที่ยวต่างจังหวัดในเกาหลีนี่น่าจะได้ฟีลผจญภัยดีนะคะ อยากไปๆๆ ~~
ปิดเทอมใหญ่ครั้งหน้า จัดไปด่วนๆ

#5 By winter-moonlight on 2013-05-09 23:31

@ikamiso นั่นสินะ ตอนไปนี่ไม่ได้คิดเลยว่าเกาะมันจะใหญ่ขนาดนี้ ก่อนไปดูในรูป นึกว่าเป็นเกาะเล็กๆ เดินชิวๆ แป๊บเดียวรอบเกาะ ที่ไหนได้..  >_<

#4 By woodyplanet on 2013-05-08 16:07

ยังคงมีแต่ภาพสวยๆเช่นเคย น่าติดตามHot!
เพิ่งเขียนบันทึกการเที่ยวบนเกาะไปเหมือนกัน
เวลาเที่ยวเกาะนี่ต้องระวังเรื่องติดเกาะสินะ

#3 By φυβλας on 2013-05-08 14:20

@nirankas ต้องติดตามตอนต่อไป ^ ^

#2 By woodyplanet on 2013-05-08 09:49

อุ้ย รอลุ้นตอนต่อไปว่ากลับมาได้ยังไง
( Hot! Hot! )

#1 By Nirankas on 2013-05-07 18:42