อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นความชื่นชอบ (แบบแปลกๆ) ของจขบ.เสมอเวลาเดินทางไปต่างแดน นั่นคือได้ถ่ายรูปสะพานสวยๆ ยิ่งมีแสงสะท้อนน้ำพริ้วๆ ไฟแฉกๆ ตอนกลางคืนด้วยแล้ว บอกเลยว่าปลื้มปริ่มมาก 
 
ครั้งนี้ก็เช่นกัน หลังจากไปมาเกือบทุกซอกแล้วเราก็เริ่มหามุมถ่ายรูปใหม่ๆ และจขบ.ก็ไปค้นเจอว่าที่ฮ่องกงนี่มีสะพานใหญ่ยาวอยู่อันนึงน่าสนใจ แอบบไปค้นรูปในอากู๋แล้วดูสวยงามควรค่าแก่การไปเยือน จึงเป็นที่มาของเอ็นทรี่นี้แล
 
ข้อมูลจาก wikipedia ที่คุ้นเคยบอกว่า
 
"สะพานซิงหม่า (จีน青馬大橋อังกฤษTsing Ma Bridge) เป็นสะพานข้ามช่องแคบในฮ่องกง ตั้งชื่อตามชื่อเกาะที่สะพานเชื่อมอยู่ คือ เกาะซิงยี่และเกาะหม่าวัน มีช่วงกลางยาว 1,377 เมตร สูง 206 เมตร ขณะสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1997 ติดอันดับเป็นสะพานแขวนที่มีช่วงกลางยาวที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก และในปัจจุบันอยู่ที่อันดับที่ 7 ของโลก

ตัวสะพานมีความกว้าง 41 เมตร มีสองชั้น ชั้นบนมีเส้นทางรถวิ่งจำนวน 6 ช่องทาง ส่วนชั้นล่างใช้สำหรับรถไฟ 2 ช่องทาง และช่องทางสำรองสำหรับรถยนต์ ในช่วงฤดูมรสุมอีก 4 ช่องทาง เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1992 แล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1997 ด้วยงบประมาณ 7.2 พันล้านเหรียญฮ่องกง

สะพานแห่งนี้เป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมย่านธุรกิจในฮ่องกง กับเกาะลันเตา เพื่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงบนเกาะเช็คแลปก๊ก"

วิธีการไปก็ไม่ยากเวย ไปขึ้นเรือเฟอร์รี่ที่ท่าเรือ Central Pier 2 (อยากจิบอกว่าจาก MRT เดินไกล่ค่อด กว่าจะถึง Pier 2) เดินเข้าไปด้อมๆ มองๆ เจอป้าย to Park Island นั่นแหละ ถั่วต้ม เป็นท่าเรือเดียวกับที่จะไปเรือโนอาห์ด้วย เรือมีออกทุกชั่วโมง นั่งฟังเพลงขำๆ ประมาณ 40 นาทีก็ถึงแล้ว
 
เดินขึ้นจากเรือปั๊บก็เห็นภาพนี้เลย
 
แอบเห็นว่าข้างๆ ซ้ายมือมีสะพานอีกเส้นนึง แอบสวยกว่าชิงหม่าอีกอะ >_<
 
เดินตามทางไปเรื่อยๆ จะเจอชายหาดเล็กๆ (เล็กจริงๆ) ชื่อ Ma Wan Tung Wan Beach
 
ที่สุดปลายหาดติดกับสะพานเป็นที่ตั้งของเรือโนอาห์ แต่เราไม่สนใจ เพราะเราจะมาดูสะแพน
 
ส่องไปส่องมาแล้วก็นั่งรอให้มืด ไม่ยอมมืดซะที 
 
อ้อ ที่นี่ไม่มีวิวไข่แดงพระอาทิตย์ตกน้ำนะฮะ ไม่ต้องรอ แนะนำให้ไปแหลมพรหมเทพแทน :P
 
เริ่มค่ำแล้ว ชาวฮ่องกงนั่งกันเป็นคู่ๆ สร้างความอิจฉาตาร้อนให้แก่จขบ.เป็นอย่างมาก >_<
 
 
ที่เห็นเป็นเส้นๆ นั่นไม่ใช่บั้งไฟพญานาคนะฮะ แถวนี้ใกล้สนามบิน เลยมีเครื่องบินร่อนขึ้นร่อนลงอยู่เนืองๆ
 
ไฟแฉกๆ สมใจ
 
ปิดท้ายด้วยรูปใต้สะพาน เห็นตึกสูงๆ ที่อ่าวฮ่องกงอยู่ลิบๆ ขากลับก็นั่งเรือเฟอร์รี่เจ้าเดิมนั่นแล อย่าเถลไถลเกินเวลานะ เรือเค้าวิ่งถึงแค่ห้าทุ่มนิดๆ เดี๋ยวจะติดเกาะของจริง
 
เอ็นทรี่หน้าจะพาไปเที่ยวไหน โปรดติดตาม :)
 
@nattawutk
 
ห่างหายจากวงการ #exteen ไป(อีก)นานเลยทีเดียว กลับไปดูตอนล่าสุดที่เขียนก็ตั้งแต่เดือนตุลาโน่น (อายจัง) วันนี้ฤกษ์ดี Bangkok Shutdown กลับมาต่อซีรีย์ฮ่องกง/ขาว/ดำให้จบดีกว่าเนาะ จะได้ขึ้นเรื่องใหม่กันต่อ หุหุ..
ทริปนี้ตั้งใจจะนำเสนอเป็น 3 ตอนย่อยๆ คือ ไปเที่ยวทะเล ตอนที่แล้ว ตอนล่องเรือ Habour Tour ยามบ่าย และตอนตอนสุดท้ายจะพาไปชมสะพาน Tsingma Bridge 
 
เพื่อไม่ให้เสียเวลา ม่ะ มุงกันเข้ามา
 
กิจกรรมยามบ่ายวันนี้คือการล่องเรือข้ามฟากไปมาตากแดดเล่นๆ 
 
 
วิธีการก็คือ ไปที่ท่าเรือของ Star Ferry ที่ Central หรือ Tsim Sha Tsui หรือ Wanchai ก็ได้ เค้าจะมีตั๋ว Habour Tour ขาย ราคาก็ขึ้นกับว่าคุณไปกี่โมง ถ้าเป็นกลางวันก่อน 5 โมงเย็นก็ HK หรือถ้าอยากล่องเรือตอนเย็น-ค่ำ (หลัง 5 โมง) ราคาก็จะอัพตัวเองขึ้นไปที่ HK หรือถ้าจะให้เก๋กว่านั้น ก็จะมีรอบที่ตรงกับ Symphony of Life (ประมาณทุ่ม-สองทุ่ม) ก็จะเป็นราคา HK
 
 
ในกรณีนี้จขบ.ขอเลือกราคาต่ำสุดตามฐานะ โดยกะไปขึ้นที่ท่าเรือ Central แต่จขบ.เดินวนท่าเรืออยู่หลายรอบก็ไม่ยักกะเจอที่ขายตั๋ว เจอแต่ที่ขายตั๋วเรือข้ามฟาก -_-"
 
 
เดินวนไปวนมาหลายรอบจนถอดใจ เลยไปนั่งเรือข้ามฟากแทนก็ได้วะ
 
 
ข้ามมาถึงฝั่ง Tsim Shu Tsui ดันเจอที่ขายตั๋ว Habour Tour ซะงั้น เลยโดนไป 85 เหรียญฮ่องกง สบายใจ >_<
 
 
พอถึงเวลาเค้าก็ต้อนลงเรือ โดยเส้นทางที่เรือแล่นก็จะเป็น Tsim Sha Tsui >> Central >> Wanchai >> Tsim Sha Tsui >> วนเป็นวงกลมไปเรื่อยๆ ใครขึ้นท่าไหนก็ลงท่านั้น ( ดูเส้นทางเดิอนเรือที่นี่เลยครัช )
 
 
ถึงตอนนี้ก็ชมวิวอ่าวฮ่องกงกัน ยาวๆ ไป >>>
 
 
 
 
 
 
 
 
 
นั่งเรือชมวิวซ้่ายทีขวาที วนๆ อยู่ในอ่าวฮ่องกงประมาณเกือบๆ ชั่วโมงก็เป็นอันหมดเวลา ได้ชมวิวทั้งสองฝั่งแบบเต็มๆ ตา จนเบื่อไปอีกนานเลย เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ไม่รู้จะไปไหน ลองมานั่งเรือชมวิวอ่าวแบบขำๆ ซักชม. คราวหน้าจขบ.ว่าจะลองนั่งกลางคืนดูบ้าง น่าจะสวยงามไปอีกระดับ (ระดับ HK ทำใจลำบาก) >_<
 
แล้วพบกันใหม่คราวหน้าครับ
 
@nattawutk

 
ห่างหายจากวงการ #exteen ไปนาน ต้องกราบขออภัยมิตรรักแฟนเพลงทุกท่านที่รอคอยผลงานใหม่จขบ.อยู่ด้วยนะฮะที่ปล่อยให้รอนาน #ชะเอิงเอย >_< ช่วงที่ผ่านมาจขบ.การงานรุมเร้า เดินสายทัวร์ทั่วประเทศจนไม่มีเวลาอัพบล็อคกันเลยทีเดียว
 
ช่วงนี้ฤกษ์ดี ฟ้าฝนเป็นใจ ทางสะดวก นายไม่อยู่ (เฮ่ย..) ม่ะ มาอัพกันซักเรื่องละกัน
 
จากเอ็นทรี่ก่อนหน้า ที่แอบหยอดโฆษณาไว้ว่า เอ็นทรี่ต่อไปจะหนาวและสวยมาก เอ่อ.. เนื่องจากยังไม่มีเวลาเรียบเรียงเป็นชิ้นเป็นอัน จขบ.ขอแปะไว้ก่อนละกันนะฮะ
 
วันนี้ขอเสนอทริปสั้นๆ คั่นเวลา อาศัยตั๋วถูกที่จองไว้เมื่อชาติภพที่แล้ว เมื่อเดือนที่แล้วเลยได้มีโอกาสไปเยือนฮ่องกงอีกรอบเป็๋นรอบที่สี่
 
ก่อนอื่นตามธรรมเนียมก็ต้องเสนอสาระความรู้เล็กๆ เกี่ยวกับสถานที่ที่ๆ เราจะนำเสนอ ที่จขบ.ไปก๊อบหามาให้ได้อ่านกันจาก wikipedia.org #กราบขอบพระคุณมาณ.ที่นี้
 
เขตปกครองพิเศษฮ่องกง (อังกฤษ: Hong Kong Special Administrative Region of the People’s Republic of China; อักษรจีนตัวเต็ม: 中華人民共和國香港特別行政區; อักษรจีนตัวย่อ: 中华人民共和国香港特别行政区 ; ชื่อย่อ: 香港 (ช่างกั่ง หรือ ฮ่องกง) ; Hong Kong SAR) เป็นเขตปกครองของสาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ โดยอยู่ติดกับมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) และห่างจากมาเก๊าราว 61 กิโลเมตร ทางฝั่งตะวันตก

ฮ่องกง เดิมเป็นเพียงหมู่บ้านประมงเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ในเขตอำเภอซินอัน เมืองเซินเจิ้น หลังจากจีนพ่ายแพ้ในสงครามฝิ่น เกาะฮ่องกงและเกาลูนจึงถูกครอบครองโดยสหราชอาณาจักรในปี พ.ศ. 2385 (ค.ศ. 1842) และ พ.ศ. 2403 (ค.ศ. 1860) ตามลำดับ ต่อมาภายหลัง ในปี พ.ศ. 2441 (ค.ศ. 1898) สหราชอาณาจักรได้ทำสัญญา ‘เช่าซื้อ’ พื้นที่ทางตอนใต้ของลำน้ำเซินเจิ้น ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า ‘เขตดินแดนใหม่’ (New Territories) รวมทั้งเกาะรอบข้าง ซึ่งมีอาณาบริเวณกว้างใหญ่กว่าเมื่อครั้งสหราชอาณาจักรเข้ายึดครองในสมัยสงคราม ฝิ่นเกือบสิบเท่า

ปัจจุบันฮ่องกงเป็นเขตปกครองพิเศษที่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลางของประเทศสาธารณรัฐป ระชาชนจีน รัฐบาลจีนได้ใช้นโยบาย ‘หนึ่งประเทศสองระบบ’ ในการปกครองฮ่องกง โดยได้ให้สิทธิฮ่องกงในการปกครองตนเองอย่างอิสระ สามารถดำเนินนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การเงิน การพาณิชย์ ฯลฯ ได้ตามระบบเสรี รัฐบาลจีนได้กำหนดให้ฮ่องกงสามารถดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเสรีต่อไปได้อีกเป็นเวลา 50 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2540 ซึ่งเป็นวันที่รัฐบาลจีนได้รับฮ่องกงกลับคืนจากรัฐบาลอังกฤษ
 
 
ด้วยความที่ไปมาแล้วหลายรอบ เหยียบมาแล้วแทบจะทุกซอก รอบนี้เลยไม่ได้พาไปที่ๆ เค้าชอบไปกันเลย อย่าหวังว่าจะได้เห็นดีสนีย์แลนด์ พระใหญ่หงองปิง วิคตอเรียพีค ฯลฯ จากเอ็นทรีนี้ จขบ.พยายามอย่างหนักที่จะหาที่ไปในเวลา 3 วัน 2 คืนที่ต้องอยู่ที่นี่
 
 
ตอนแรกก็คึก หลังจากอ่านหนังสือเล่มนึง #จำชื่อเรื่องไม่ได้ -_-" เป็นหนังสือพาเที่ยวฮ่องกงแบบอินดี้ พาไปรู้จักแหล่งปีนเขาทั่วเกาะฮ่องกงซะงั้น ตอนแรกเลยกะว่าจะไปปีนหลังมังกร Dragon's Back เส้นทางปีนเขาเทร็คกิ้งยอดฮิตของที่นี่ แต่ไม่ค่อยฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย แต่หลังจากที่ดูรีวิวชาวบ้านชาวช่องที่เค้าเคยไปกันมา ประกอบกับพิจารณาสังขารตัวเองแล้ว คาดว่าจะ